รับจำนองขายฝาก บริการรับจำนอง ที่ดินสุขุมวิท วิธีการ
รับจำนองขายฝาก บริการรับจำนอง ที่ดินสุขุมวิท เกิดอะไรขึ้นเมื่อไม่ได้บังคับจำนองข้างในอายุความบังคับคดี?การจำนำ เป็นขั้นตอนการก่อหลักประกันในทรัพย์สินที่ยังคงได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศไทยซึ่งจุดเด่นของการจำนองสำหรับเจ้าหนี้ที่เป็นที่รู้กันทั่วๆไปคือ การจำนอง ทำให้เจ้าหนี้ผู้รับจำนำเป็นเจ้าหนี้บุขอบสิทธิ มีสิทธิสำหรับในการบังคับจ่ายหนี้จากเงินที่จำนองได้ก่อนเจ้าหนี้รายอื่นของลูกหนี้ข้อดีอีกอย่างของการจำนำที่บางท่านบางทีก็อาจจะยังไม่เคยทราบเป็น การบังคับตามสัญญาจำนองไม่มีอายุความ หากว่าหนี้ที่ใช้การจำนองเป็นประกันจะเกินอายุความไปแล้ว เจ้าหนี้ก็ยังสามารถบังคับจำนำได้ แต่ว่าจะเรียกดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 5 ปี ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 193/27 และ 745 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่ใจความสำคัญที่น่าสนใจสำหรับประเด็นนี้คือ สำหรับเพื่อการจะบังคับจำนำไม่ว่าจะโดยการยึดทรัพย์สมบัติ หรือการขายทอดตลาด ผู้รับจำนองจำเป็นต้องไปฟ้องต่อศาล รวมทั้งจะบังคับจำนำได้ก็เมื่อได้รับคำตัดสินแล้วเท่านั้นแต่เมื่อได้รับคำวินิจฉัยแล้ว ประมวลกฎหมายแนวทางพิเคราะห์ความแพ่งได้กำหนดว่า เจ้าหนี้จำเป็นจะต้องจัดการบังคับคดีตามคำตัดสินภายใน 10 ปี นับจากวันที่มีคำวินิจฉัย มิเช่นนั้นก็จะหมดสิทธิสำหรับเพื่อการบังคับคดีตามคำพิพากษานั้นไป จึงนำมาซึ่งเรื่องที่น่าสงสัยกล่าวถึงผลของกฎหมาย รับจำนองขายฝาก บริการรับจำนอง ที่ดินสุขุมวิท แนวทางพิจารณาคดีดังที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้โดยความเป็นจริงการบังคับจำนำมีอายุความที่เจ้าหนี้จำเป็นจะต้องปฏิบัติงานให้สำเร็จไปใช่หรือเปล่า หรือว่าความรู้ความเข้าใจที่ว่าการบังคับจำนำไม่มีอายุความจะไม่ถูกจำต้อง?ในประเด็นนี้เคยมีคดีที่บริษัท ส เจ้าหนี้ซึ่งรับสิทธิการจำนองในที่ดินโฉนดเลขที่ 194758 ของนาย จ ลูกหนี้จำนองมาจากบริษัทบริหารทรัพย์สินเพชรบุรี โดยในเดือน พ.ย.2540 ศาลชั้นต้นได้มีคำตัดสินให้บังคับจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 194758 เพื่อนำมาจ่ายและชำระหนี้ แม้กระนั้นบริษัท ส ไม่ได้ทำงานนำที่ดินดังกล่าวข้างต้นออกขายทอดตลาด กระทั่งถัดมาบริษัทลีสซิ่ง เจ้าหนี้ไม่มีหลักประกันอีกรายหนึ่งของนาย จ ได้ฟ้องนาย จ เพื่อขอรับจ่ายและชำระหนี้ตามข้อตกลง จนถึงศาลในคดีข้างหลังมีคำวินิจฉัยให้นาย จ ใช้หนี้ และเมื่อนาย จ ไม่จ่ายและชำระหนี้ ก็เลยมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 194758 เพื่อนำเงินมาจ่ายหนี้เมื่อบริษัท ส ทราบเรื่อง จึงได้มาขอกันส่วนเงินที่เป็นหนี้เป็นสินจำนำตามคำตัดสินปี 2540 ประเด็นทะเลาะก็เลยมีอยู่ว่า บริษัท ส ยังมีสิทธิจะขอกันเงินจากการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 194758 ได้หรือไม่ เมื่อบริษัท ส ไม่ได้บังคับตามคำพิพากษาภายในเวลา 10 ปีในกรณีนี้ศาลชั้นต้นได้ชูคำอ้อนวอนกันส่วนของบริษัท ส เนื่องจากมีความคิดเห็นว่าการบังคับหนี้จำนำตามคำวินิจฉัยเกินอายุความไปแล้ว และศาลอุทธรณ์ตัดสินยืนตามคำวินิจฉัยศาลชั้นต้นคดีนี้ขึ้นสู่การพิเคราะห์ของศาลฎีกา โดยศาลฎีกาได้มีคำตัดสินที่ 7397/2561 กลับคำพูดชี้ขาดศาลอุทธรณ์ เมื่อวิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาอย่างละเอียดแล้วจะมีความเห็นว่า ที่จริงแล้วศาลฎีกาเห็นด้วยกับการวินิจฉัยของศาลชั้นต้นกับศาลอุทธรณ์ ว่าการบังคับคดีตามคำวินิจฉัยเมื่อปี 2540 ไม่สามารถที่จะทำเป็นเพราะว่าเกินอายุความ แม้กระนั้นประเด็นนี้ต้องแยกเรื่องอายุความการบังคับคดีออกจากอายุความการสั่งงานจำนำ ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์การบังคับจำนองสามารถทำเป็นโดยไม่มีข้อจำกัดด้านอายุความ เพียงแต่เจ้าหนี้จะสามารถบังคับดอกเกินกว่า 5 ปีไม่ได้ นอกเหนือจากนี้การบังคับคดีแก่เงินของลูกหนี้ตามคำตัดสินย่อมไม่กระทบต่อบุขอบสิทธิของผู้รับจำนอง ด้วยเหตุนี้ บริษัท ส ก็เลยสามารถอ้อนวอนกันส่วนเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 194758 เพื่อการจ่ายหนี้จำนองได้ แต่ว่าดังนี้บริษัท ส จะบังคับดอกเบี้ยเกินกว่า 5 ปีไม่ได้กล่าวโดยย่อ รับจำนองขายฝาก บริการรับจำนอง ที่ดินสุขุมวิท เป็น ถึงแม้ว่าคำวินิจฉัยบังคับจำนำจะหมดอายุความไปแล้ว แต่ว่าเมื่อคำสัญญาจำนองยังคงส่งผลใช้บังคับได้อยู่ เจ้าหนี้จำนองจึงยังคงมีสถานะเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิตามข้อตกลงจำนอง และก็ยังคงสามารถใช้สิทธิขอกันส่วนจากทรัพย์สินดังที่กล่าวถึงมาแล้วได้
เคยไหมนะครับที่อยู่ดีๆก็มีเรื่องให้ใช้เงิน เป็นเงินใหญ่ซะด้วย แถมยังจะต้องใช้ด่วนอีก แล้วจะไปหาที่แหน่งใดมาให้ทัน!!? เรื่องแบบงี้คงเป็นสิ่งที่คนไม่ใช่น้อยภาวนาไม่ให้กำเนิดกับตัวเองใช่ไหมล่ะนะครับ แต่ก็นะ.. อุบัติเหตุแล้วก็เรื่องที่ไม่คาดคิดมันก็สุดจะห้ามจริงๆแม้กระนั้นเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่จะต้องรีบทำเลที่ตั้งยก็คือหาทางจัดการกับปัญหา และก็ทางออกหนึ่งที่น่าดึงดูดก็คือการนำ บ้าน ที่มีอยู่ไปจำนำกับแบงค์หรือเอกชนเจ้าต่างๆเพื่อให้ได้เงินก้อนใหญ่มาจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น... แต่ว่าใจเย็นๆก่อน! เพราะก่อนนำบ้านไปจำนำพวกเราควรจะทราบเนื้อหาต่างๆของการจำนองก่อนว่ามีอะไรที่สำคัญและก็ข้อควรพิจารณาที่จะต้องใส่ใจมีอะไรบ้าง วันนี้ผมจะมาสรุปให้ฟังครับ ไปดูกันเลยจำนำเป็นอย่างไรการจำนองก็คือการที่เราใช้อสังหาริมทรัพย์วางไว้เป็นประกันสำหรับในการชำระหนี้ รวมทั้งจะไปไถ่คืนตามระยะเวลาที่กำหนด ถ้าเกิดจะกล่าวให้เห็นภาพก็ดังการจำนองน่ะนะครับ ที่เป็นการนำทรัพย์สินอย่างสร้อย แหวน นาฬิกา ไปวางเป็นประกันสำหรับการกู้หนี้ยืมสินหรือเรียกกล้วยๆว่าจำนำ แม้กระนั้นการจำนองจึงควรใช้อสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์พิเศษบางจำพวกเป็นประกันแทนนั่นเอง รวมทั้งถ้าไม่จ่ายหนี้ตามที่มีการกำหนด เจ้าหนี้มีสิทธิฟ้องให้นำสินทรัพย์ไปขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาใช้คืนได้อีกด้วย สังหาริมทรัพย์พิเศษที่กฎหมายให้ใช้จำนองได้ คือ
1. เรือกำปั่นหรือเรือที่มีระวางตั้งแต่ 6 ตันขึ้นไป เรือกลไฟหรือเรือยนต์ที่มีระวางตั้งแต่ 5 ตันขึ้นไป
2. แพ
3. สัตว์ยานพาหนะ
4. สังหาริมทรัพย์อื่นๆที่ข้อบังคับได้ข้อกำหนดให้ลงทะเบียนจำนองได้ อย่างเช่น เครื่องจักรขนาดใหญ่ ขอบคุณภาพที่เอามาจาก jufs.co.ukจำนองจำต้องใช้อะไรบ้างการจะไปยื่นกู้ยืมเงินที่จำต้องวางบ้านหรือที่ดินไว้เป็นหลักประกันหรือที่เรียกว่าการจำนำนั้น ทางแบงค์หรือบริษัทเอกชนที่รับจำนำจะพินิจจากตัวผู้กู้ด้วยนะครับ โดยมีคุณสมบัติสำคัญๆที่มักนำไปพิจารณา อาทิเช่น
1. มีเชื้อชาติไทย อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป
2.1 ถ้าหากเป็นพนักงานประจำ จะต้องมีอายุงานไม่น้อยกว่าที่ระบุ (โดยประมาณ 1 ปี หรือ 2 ปี)
2.2 แม้เป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัว จำเป็นต้องดำเนินกิจการมาไม่น้อยกว่าระยะเวลาที่กำหนด (ราวๆ 2 ปี)
3. มีค่าแรงขั้นต่ำต่อเดือนตามที่กำหนด (ราวๆ 15,000 บาทขึ้นไป)
4. มีผู้กู้ร่วมได้ไม่เกินจำนวนที่กำหนด รับจำนองขายฝาก บริการรับจำนอง ที่ดินสุขุมวิท รวมทั้งต้องเป็นญาติพี่น้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ส่วนหลักฐานสำหรับการยื่นกู้ยืมโดยใช้อสังหาริมทรัพย์วางเป็นประกันหรือการจำนองนั้น จะขึ้นอยู่กับแบงค์หรือบริษัทผู้ให้กู้ ดังเช่นเอกสารเฉพาะบุคคล
1. สำเนาบัตรประชาชน
2. สำเนาทะเบียนบ้าน
3. สำเนาทะเบียนสมรส (ถ้ามี) สำเนาใบแสดงหลักฐานหย่า (ถ้าเกิดมี) หรือสำเนาใบเปลี่ยนชื่อหรือชื่อสกุล (ถ้าเกิดมี)
4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและใบสำมะโนครัวของคู่รัก (ถ้าหากมี)
เอกสารด้านการเงิน

1. สลิปค่าจ้างรายเดือนเดือนปัจจุบันหรือใบรับรองค่าจ้างรายเดือน
2. สำเนาบัญชีธนาคารย้อนไป 6 เดือน
3. แม้ประกอบธุรกิจส่วนตัว ควรจะมีเอกสารเพิ่มเติมอีก เป็นต้นว่า ทะเบียนการค้า หนังสือรับรองกระทรวงพาณิชย์ หนังสือบริคณห์สนธิ ฯลฯเอกสารด้านหลักทรัพย์
1. หนังสือรับรองกรรมสิทธิ์ของบ้านหรือที่ดิน
2. หนังสือสัญญาจำหน่ายที่ดิน ทั้งปวงนี้เป็นเพียงแต่ข้อมูลสำคัญๆที่ธนาคารและบริษัทเอกชนหลายที่ต้องการเพื่อประกอบการพินิจพิเคราะห์ปลดปล่อยกู้ครับ แต่บางที่บางทีอาจปรารถนาหลักฐานอันอื่นเพิ่มเติมอีกก็ได้ ด้วยเหตุนั้นควรจะตรวจดูข้อมูลที่ได้มาจากธนาคารหรือบริษัทนั้นๆก่อนไปปฏิบัติงานด้วยนะครับ ขอบพระคุณรูปภาพจาก hansons-home.comจำนำที่แห่งไหนดีแล้วก็ต้องมองอะไรบ้างการที่เพื่อนพ้องๆจะนำบ้านหรือที่ดินไปจำนองเพื่อเป็นหลักประกันสำหรับการกู้ยืมนั้นถือเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องคิดอย่างระมัดระวังก่อน เนื่องจากว่าการเป็นหนี้หลักแสนหรือล้านนั้นไม่ใช่เรื่องเล่นๆอีกทั้งในตอนนี้ยังมีสถาบันการเงินรวมทั้งบริษัทเอกชนเยอะแยะที่พร้อมให้นำบ้านมาเป็นหลักประกันสำหรับในการกู้หนี้ยืมสิน ด้วยเหตุนี้ พวกเราจะต้องพิจารณา ดังต่อไปนี้
1. ความน่านับถือของบริษัทที่รับจำนำ ในส่วนของแบงค์มีชื่ออาจไม่น่าห่วงเท่าไร แม้กระนั้นถ้าเป็นบริษัทหรือเอกชนรายอื่นๆควรจะตรวจตราข้อมูลให้ดีและเลือกแหล่งที่มีความน่านับถือเพื่อหลบหลีกปัญหาที่บางทีอาจเกิดขึ้นในคราวหลัง
2. ปริมาณวงเงินที่อนุมัติ เนื่องจากว่าถ้าเงินที่ได้จากการยืมน้อยกว่าที่อยากได้ อาจทำให้เงินที่ได้มาไม่เพียงพอจะนำไปไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ แถมยังเป็นหนี้มากขึ้นอีก ปัญหาเก่าก็ยังไม่หาย ปัญหาใหม่มากขึ้นอีก อย่างนี้ห่วยแน่นอนครับ
3. ช่วงเวลาผ่อนส่งและดอก เป็นเรื่องจำเป็นต้องคำนวณให้ดี ควรจะเลือกแบบซึ่งสามารถรับผิดชอบไหว ส่งได้ตามที่ได้มีการกำหนด นอกจากนี้ ผู้รับจำนำแต่ละแห่งก็จะคิดอัตราค่าดอกเบี้ยแตกต่างกัน สหายๆจึงควรเปรียบรวมทั้งเลือกรายที่คิดดอกเบี้ยถูกที่สุดเพื่อที่จะได้ให้พวกเราไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยที่แพงเหลือเกินนั่นเอง
4. อ่านรายละเอียดในสัญญาให้ครบสมบูรณ์ ก่อนจะเซ็นต์ชื่อลงไป อยากให้สหายๆอ่านสัญญาให้ดีก่อนว่าเป็นการจำนำ แล้วก็มีข้อมูลเพิ่มเติมตรงจากที่ตกลงกันไว้ ด้วยเหตุว่าถ้าหากเซ็นต์ลงไปแล้วนั่นมีความหมายว่าเราเห็นด้วยข้อตกลงทั้งหมดในข้อตกลงนั่นเอง จะพูดว่าไม่รู้ก็อาจจะไม่ทันแล้ว
เคยไหมนะครับที่อยู่ดีๆก็มีเรื่องให้ใช้เงิน เป็นเงินใหญ่ซะด้วย แถมยังจะต้องใช้ด่วนอีก แล้วจะไปหาที่แหน่งใดมาให้ทัน!!? เรื่องแบบงี้คงเป็นสิ่งที่คนไม่ใช่น้อยภาวนาไม่ให้กำเนิดกับตัวเองใช่ไหมล่ะนะครับ แต่ก็นะ.. อุบัติเหตุแล้วก็เรื่องที่ไม่คาดคิดมันก็สุดจะห้ามจริงๆแม้กระนั้นเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่จะต้องรีบทำเลที่ตั้งยก็คือหาทางจัดการกับปัญหา และก็ทางออกหนึ่งที่น่าดึงดูดก็คือการนำ บ้าน ที่มีอยู่ไปจำนำกับแบงค์หรือเอกชนเจ้าต่างๆเพื่อให้ได้เงินก้อนใหญ่มาจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น... แต่ว่าใจเย็นๆก่อน! เพราะก่อนนำบ้านไปจำนำพวกเราควรจะทราบเนื้อหาต่างๆของการจำนองก่อนว่ามีอะไรที่สำคัญและก็ข้อควรพิจารณาที่จะต้องใส่ใจมีอะไรบ้าง วันนี้ผมจะมาสรุปให้ฟังครับ ไปดูกันเลยจำนำเป็นอย่างไรการจำนองก็คือการที่เราใช้อสังหาริมทรัพย์วางไว้เป็นประกันสำหรับในการชำระหนี้ รวมทั้งจะไปไถ่คืนตามระยะเวลาที่กำหนด ถ้าเกิดจะกล่าวให้เห็นภาพก็ดังการจำนองน่ะนะครับ ที่เป็นการนำทรัพย์สินอย่างสร้อย แหวน นาฬิกา ไปวางเป็นประกันสำหรับการกู้หนี้ยืมสินหรือเรียกกล้วยๆว่าจำนำ แม้กระนั้นการจำนองจึงควรใช้อสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์พิเศษบางจำพวกเป็นประกันแทนนั่นเอง รวมทั้งถ้าไม่จ่ายหนี้ตามที่มีการกำหนด เจ้าหนี้มีสิทธิฟ้องให้นำสินทรัพย์ไปขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาใช้คืนได้อีกด้วย สังหาริมทรัพย์พิเศษที่กฎหมายให้ใช้จำนองได้ คือ
1. เรือกำปั่นหรือเรือที่มีระวางตั้งแต่ 6 ตันขึ้นไป เรือกลไฟหรือเรือยนต์ที่มีระวางตั้งแต่ 5 ตันขึ้นไป
2. แพ
3. สัตว์ยานพาหนะ
4. สังหาริมทรัพย์อื่นๆที่ข้อบังคับได้ข้อกำหนดให้ลงทะเบียนจำนองได้ อย่างเช่น เครื่องจักรขนาดใหญ่ ขอบคุณภาพที่เอามาจาก jufs.co.ukจำนองจำต้องใช้อะไรบ้างการจะไปยื่นกู้ยืมเงินที่จำต้องวางบ้านหรือที่ดินไว้เป็นหลักประกันหรือที่เรียกว่าการจำนำนั้น ทางแบงค์หรือบริษัทเอกชนที่รับจำนำจะพินิจจากตัวผู้กู้ด้วยนะครับ โดยมีคุณสมบัติสำคัญๆที่มักนำไปพิจารณา อาทิเช่น
1. มีเชื้อชาติไทย อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป
2.1 ถ้าหากเป็นพนักงานประจำ จะต้องมีอายุงานไม่น้อยกว่าที่ระบุ (โดยประมาณ 1 ปี หรือ 2 ปี)
2.2 แม้เป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัว จำเป็นต้องดำเนินกิจการมาไม่น้อยกว่าระยะเวลาที่กำหนด (ราวๆ 2 ปี)
3. มีค่าแรงขั้นต่ำต่อเดือนตามที่กำหนด (ราวๆ 15,000 บาทขึ้นไป)
4. มีผู้กู้ร่วมได้ไม่เกินจำนวนที่กำหนด รับจำนองขายฝาก บริการรับจำนอง ที่ดินสุขุมวิท รวมทั้งต้องเป็นญาติพี่น้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ส่วนหลักฐานสำหรับการยื่นกู้ยืมโดยใช้อสังหาริมทรัพย์วางเป็นประกันหรือการจำนองนั้น จะขึ้นอยู่กับแบงค์หรือบริษัทผู้ให้กู้ ดังเช่นเอกสารเฉพาะบุคคล
1. สำเนาบัตรประชาชน
2. สำเนาทะเบียนบ้าน
3. สำเนาทะเบียนสมรส (ถ้ามี) สำเนาใบแสดงหลักฐานหย่า (ถ้าเกิดมี) หรือสำเนาใบเปลี่ยนชื่อหรือชื่อสกุล (ถ้าเกิดมี)
4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและใบสำมะโนครัวของคู่รัก (ถ้าหากมี)
เอกสารด้านการเงิน

1. สลิปค่าจ้างรายเดือนเดือนปัจจุบันหรือใบรับรองค่าจ้างรายเดือน
2. สำเนาบัญชีธนาคารย้อนไป 6 เดือน
3. แม้ประกอบธุรกิจส่วนตัว ควรจะมีเอกสารเพิ่มเติมอีก เป็นต้นว่า ทะเบียนการค้า หนังสือรับรองกระทรวงพาณิชย์ หนังสือบริคณห์สนธิ ฯลฯเอกสารด้านหลักทรัพย์
1. หนังสือรับรองกรรมสิทธิ์ของบ้านหรือที่ดิน
2. หนังสือสัญญาจำหน่ายที่ดิน ทั้งปวงนี้เป็นเพียงแต่ข้อมูลสำคัญๆที่ธนาคารและบริษัทเอกชนหลายที่ต้องการเพื่อประกอบการพินิจพิเคราะห์ปลดปล่อยกู้ครับ แต่บางที่บางทีอาจปรารถนาหลักฐานอันอื่นเพิ่มเติมอีกก็ได้ ด้วยเหตุนั้นควรจะตรวจดูข้อมูลที่ได้มาจากธนาคารหรือบริษัทนั้นๆก่อนไปปฏิบัติงานด้วยนะครับ ขอบพระคุณรูปภาพจาก hansons-home.comจำนำที่แห่งไหนดีแล้วก็ต้องมองอะไรบ้างการที่เพื่อนพ้องๆจะนำบ้านหรือที่ดินไปจำนองเพื่อเป็นหลักประกันสำหรับการกู้ยืมนั้นถือเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องคิดอย่างระมัดระวังก่อน เนื่องจากว่าการเป็นหนี้หลักแสนหรือล้านนั้นไม่ใช่เรื่องเล่นๆอีกทั้งในตอนนี้ยังมีสถาบันการเงินรวมทั้งบริษัทเอกชนเยอะแยะที่พร้อมให้นำบ้านมาเป็นหลักประกันสำหรับในการกู้หนี้ยืมสิน ด้วยเหตุนี้ พวกเราจะต้องพิจารณา ดังต่อไปนี้
1. ความน่านับถือของบริษัทที่รับจำนำ ในส่วนของแบงค์มีชื่ออาจไม่น่าห่วงเท่าไร แม้กระนั้นถ้าเป็นบริษัทหรือเอกชนรายอื่นๆควรจะตรวจตราข้อมูลให้ดีและเลือกแหล่งที่มีความน่านับถือเพื่อหลบหลีกปัญหาที่บางทีอาจเกิดขึ้นในคราวหลัง
2. ปริมาณวงเงินที่อนุมัติ เนื่องจากว่าถ้าเงินที่ได้จากการยืมน้อยกว่าที่อยากได้ อาจทำให้เงินที่ได้มาไม่เพียงพอจะนำไปไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ แถมยังเป็นหนี้มากขึ้นอีก ปัญหาเก่าก็ยังไม่หาย ปัญหาใหม่มากขึ้นอีก อย่างนี้ห่วยแน่นอนครับ
3. ช่วงเวลาผ่อนส่งและดอก เป็นเรื่องจำเป็นต้องคำนวณให้ดี ควรจะเลือกแบบซึ่งสามารถรับผิดชอบไหว ส่งได้ตามที่ได้มีการกำหนด นอกจากนี้ ผู้รับจำนำแต่ละแห่งก็จะคิดอัตราค่าดอกเบี้ยแตกต่างกัน สหายๆจึงควรเปรียบรวมทั้งเลือกรายที่คิดดอกเบี้ยถูกที่สุดเพื่อที่จะได้ให้พวกเราไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยที่แพงเหลือเกินนั่นเอง
4. อ่านรายละเอียดในสัญญาให้ครบสมบูรณ์ ก่อนจะเซ็นต์ชื่อลงไป อยากให้สหายๆอ่านสัญญาให้ดีก่อนว่าเป็นการจำนำ แล้วก็มีข้อมูลเพิ่มเติมตรงจากที่ตกลงกันไว้ ด้วยเหตุว่าถ้าหากเซ็นต์ลงไปแล้วนั่นมีความหมายว่าเราเห็นด้วยข้อตกลงทั้งหมดในข้อตกลงนั่นเอง จะพูดว่าไม่รู้ก็อาจจะไม่ทันแล้ว
Public Last updated: 2021-04-25 03:30:15 AM
